บิตคอยน์ร่วงต่ำกว่า 70,000 ดอลลาร์ หลังข้อมูลจ้างงานสหรัฐอ่อนแอและมีเงินไหลออกจาก ETF

Bitcoin Dives Below $69K as US Loses 92K Jobs in February

Decrypt

ประเด็นสำคัญ

บิตคอยน์ปรับตัวลงมากกว่า 5% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา หลุดต่ำกว่า 70,000 ดอลลาร์ มาซื้อขายราว 68,282 ดอลลาร์ หลังจากมีรายงานตลาดแรงงานสหรัฐที่อ่อนแอ เศรษฐกิจสหรัฐสูญเสียงาน 92,000 ตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ และอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นเป็น 4.4% ตามข้อมูลของสำนักสถิติแรงงานสหรัฐ บทความระบุว่ามีการล้างสถานะในตลาดอนุพันธ์คริปโตราว 370 ล้านดอลลาร์ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นสถานะ Long โดยเกือบครึ่งเชื่อมโยงกับบิตคอยน์ และอธิบายว่าระดับนี้ถือว่าค่อนข้างจำกัด กองทุน ETF บิตคอยน์บันทึกเงินไหลออก 228 ล้านดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี ขณะที่นักวิเคราะห์จาก Nexo ให้ความเห็นว่าหากบิตคอยน์ยืนเหนือ 70,000 ดอลลาร์ได้ จะเป็นสัญญาณว่าการจัดวางสถานะในตลาดได้ถูกรีเซ็ตและอุปทานที่ทยอยขายออกกำลังลดลง

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ: ข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐที่อ่อนตัวอาจทำให้คาดการณ์ด้านเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนไป ซึ่งอาจทำให้ความผันผวนและความต้องการรับความเสี่ยงต่อบิตคอยน์และสินทรัพย์คริปโตอื่น ๆ เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

ความเชื่อมั่นตลาด

เชิงลบ, หลีกเลี่ยงความเสี่ยง, ขับเคลื่อนโดยปัจจัยมหภาค, ผันผวนสูง.

เหตุผล: การที่บิตคอยน์ร่วงมากกว่า 5% ภายในวันเดียวหลังข้อมูลการจ้างงานสหรัฐที่อ่อนแอ บ่งชี้ว่าผู้เล่นในตลาดกำลังตอบสนองเชิงป้องกันต่อข้อมูลเศรษฐกิจที่แย่ลง

กรณีในอดีตที่คล้ายกัน

ในช่วงก่อนหน้านี้ที่ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐออกมาอ่อนแอกว่าคาด บิตคอยน์และตลาดหุ้นมักจะถูกขายออกในช่วงแรก ขณะที่นักลงทุนประเมินความเสี่ยงด้านการเติบโตและนโยบายใหม่ ก่อนที่บางครั้งจะฟื้นตัวเมื่อความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยปรับตัว และเงื่อนไขสภาพคล่องเริ่มชัดเจนขึ้น สถานการณ์รอบนี้มีความคล้ายคลึงกันเพราะข้อมูลแรงงานและความไม่แน่นอนด้านมหภาคยังเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการเคลื่อนไหว แต่ก็แตกต่างตรงที่บิตคอยน์ในปัจจุบันซื้อขายใกล้ระดับสูงสุดตลอดกาล และมีการเข้ามามีส่วนร่วมของสถาบันเพิ่มขึ้นผ่านกองทุน ETF

ผลกระทบต่อเนื่อง

การผสมผสานกันระหว่างข้อมูลตลาดแรงงานที่อ่อนแอและเงินไหลออกจาก ETF บิตคอยน์ในระดับที่สังเกตได้ อาจทำให้เกิดการจัดพอร์ตแบบระมัดระวังมากขึ้นในคริปโตขนาดใหญ่อื่น ๆ ขณะที่นักลงทุนประเมินความเสี่ยงด้านมหภาคใหม่ หากข้อมูลเงินเฟ้อและแรงงานที่จะประกาศในระยะข้างหน้าสะท้อนภาพเศรษฐกิจที่อ่อนหรือไม่นิ่งต่อเนื่อง พฤติกรรมหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่ยืดเยื้อใน ETF บิตคอยน์ ตลาดสปอต และตลาดอนุพันธ์ จะเป็นสัญญาณว่าความกดดันจากปัจจัยมหภาคกำลังแพร่ขยาย แทนที่จะค่อย ๆ จางหายไป

โอกาสและความเสี่ยง

โอกาส: หากข้อมูลเงินเฟ้อและแรงงานที่จะออกมาข้างหน้าแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจกำลังชะลอตัวลงแต่ไม่ถึงขั้นถดถอยรุนแรง นี่อาจเป็นสัญญาณเข้าซื้อที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่คาดหวังว่าการผ่อนคลายนโยบายการเงินจะช่วยหนุนบิตคอยน์ในระยะยาว เมื่อบิตคอยน์กลับไปยืนและทรงตัวเหนือระดับ 70,000 ดอลลาร์ได้ โดยมีการล้างสถานะในตลาดอนุพันธ์ในระดับค่อนข้างต่ำ พฤติกรรมราคาดังกล่าวอาจบ่งชี้ว่าการปรับฐานรอบนี้เริ่มนิ่ง และการเพิ่มสถานะฝั่งขาขึ้นดูน่าสนใจมากขึ้น

ความเสี่ยง: หากข้อมูลที่จะประกาศออกมาสะท้อนเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดหรือการอ่อนแอลงเพิ่มเติมของตลาดแรงงาน การที่เงินยังคงไหลออกหรือไหลออกเร็วขึ้นจาก ETF บิตคอยน์ และการจัดพอร์ตแบบหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในตลาดอนุพันธ์ จะเป็นสัญญาณออกจากสถานะหรือป้องกันความเสี่ยงที่ต้องจับตา เมื่อบิตคอยน์ไม่สามารถกลับมายืนเหนือ 70,000 ดอลลาร์ และเงินไหลออกจาก ETF ยังอยู่ในระดับสูง การลดขนาดสถานะอาจช่วยจำกัด downside หากปัจจัยมหภาคยังคงกดดันสินทรัพย์เสี่ยงต่อไป

This content is an AI-generated summary/analysis for informational purposes only and does not constitute investment advice.