2 ชั่วโมงที่แล้ว
Chainlink มุ่งเป้าการชำระราคา FX ของธนาคารด้วยกรอบสเตเบิลคอยน์
Chainlink’s latest stablecoin push targets the capital stuck in bank FX settlement
CryptoSlate

ประเด็นสำคัญ
Chainlink อธิบาย Project Pangea ว่าเป็นกรอบสำหรับการชำระราคา FX ระหว่างประเทศแบบ T+0 โดยใช้สินทรัพย์ดิจิทัลที่อ้างอิงเงินเฟียตและเป็นไปตามข้อกำหนด รวมถึงสเตเบิลคอยน์ EUR และ KRW กรอบนี้ใช้การชำระราคาแบบ payment-versus-payment เพื่อให้ขาทั้งสองสกุลเงินเคลื่อนไปพร้อมกันได้ Chainlink ระบุว่าคณะทำงานครอบคลุมยุโรปและเกาหลีใต้ และโดยรวมบริหารสินทรัพย์มากกว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์ Qivalis เป็นตัวแทนฝั่งยูโรผ่านกลุ่มสเตเบิลคอยน์ยูโรของธนาคาร 37 แห่ง ขณะที่ FairSquareLab และ UniKA เชื่อมโยงกับตลาดเกาหลี
ความเชื่อมั่นตลาด
เชิงบวกแบบระมัดระวัง, ขับเคลื่อนโดยเหตุการณ์.
เหตุผล: Chainlink วาง Project Pangea เป็นกรอบการชำระราคา FX EUR/KRW แบบ T+0 ซึ่งอาจสนับสนุนการใช้สเตเบิลคอยน์ของสถาบันได้ หากการทดลองพิสูจน์โมเดลนี้
กรณีในอดีตที่คล้ายกัน
โครงการนำร่องด้านการชำระราคาของสถาบันในลักษณะนี้โดยทั่วไปเริ่มจากการทดสอบเวิร์กโฟลว์ก่อนการใช้งานจริง ความแตกต่างคือ Project Pangea มุ่งเป้าการชำระราคา FX ของธนาคารผ่านกลไก payment-versus-payment แทนที่จะเป็นการโอนสินทรัพย์โทเคนไนซ์ทั่วไป
ผลกระทบต่อเนื่อง
ช่องทางส่งผ่านหลักคือการที่ธนาคารนำเวิร์กโฟลว์ไปใช้ เพราะการส่งข้อความที่คุ้นเคยอาจลดแรงเสียดทานด้านปฏิบัติการสำหรับการชำระราคาแบบโทเคนไนซ์ หากการทดลองแบบควบคุมแสดงให้เห็นสภาพคล่อง การไถ่ถอน และความสมบูรณ์เด็ดขาดของการชำระราคาที่เชื่อถือได้ สเตเบิลคอยน์ก็อาจมีความเกี่ยวข้องมากขึ้นกับการชำระราคาระดับสถาบัน
โอกาสและความเสี่ยง
โอกาส: นักลงทุนสามารถติดตามว่า Project Pangea เดินหน้าเข้าสู่การทดลองกับธนาคารแบบควบคุมหรือไม่ โดยมีการเปิดเผยประเภทธุรกรรม เครื่องมือสเตเบิลคอยน์ และความสมบูรณ์เด็ดขาดของการชำระราคา
ความเสี่ยง: นักลงทุนสามารถติดตามว่าการปฏิบัติทางกฎหมาย สภาพคล่อง การไถ่ถอน และการจัดการด้านการปฏิบัติตามกฎยังคงไม่ได้รับการแก้ไขหรือไม่ เพราะการควบคุมที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอาจทำให้กรอบนี้ยังอยู่ในขั้นนำร่อง
This content is an AI-generated summary/analysis for informational purposes only and does not constitute investment advice.